Cisco icon pack for visio

เว็บ cisco นอกจากจะเป็นแหล่งรวมเอกสารจำนวนมหาศาลแล้วยังมี icon pack ให้ download อีกด้วยซึ่งสามารถ download ได้จาก http://www.cisco.com/web/about/ac50/ac47/2.html icon ที่ download มานี้สามารถนำมาใช้งานบนโปรแกรม visio ได้ซึ่งจะทำให้การออกแบบเครือข่ายของเรามีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น รูปด้านล่างเป็นตัวอย่างหน้าเว็บ cisco ครับ

cisco-icon

Advertisements

Router ID in OSPF

Routing protocol OSPF จะใช้ routerID เป็นตัวแทนที่ใช้ระบุว่า LSA ที่รับส่งในเครือข่ายนั้นมาจาก router ตัวไหน โดยทั่วไปแล้ว OSPF จะกำหนดค่า routerID จาก ip ของ interface ของตัว router ที่มีค่ามากที่สุด เช่น

e0/0 ip = 171.16.5.3,  e0/1 ip = 192.168.5.21

ในตัวอย่าง router จะเลือกใช้ 192.168.5.21 เป็น routerID ซึ่งขั้นตอนในการตัดสินใจว่าจะเอา ip อะไรมาเป็น routerID นั้น OSPF จะทำเฉพาะตอนเริ่มต้นทำงาน OSPF, ตอน reload router หรือตอนที่ restart OSPF process เท่านั้น จากตัวอย่างถ้า OSPF ตัดสินใจให้ ip 192.168.5.21 เป็น routerID แล้วหลังจากนั้นมีการกำหนด ip ที่ e0/3 เป็น 192.168.33.54 ซึ่งเป็น ip ที่มีค่ามากกว่ากว่า ip เดิม ในกรณีนี้ OSPF จะยังคงใช้ 192.168.5.21 เป็น routerID อยู่เหมือนเดิมเนื่องจากว่า OSPF จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงค่า routerID ระหว่างการทำงานนอกจากว่า interface e0/1 ดาวน์ลงไปเท่านั้น แต่ถ้าเราให้ OSPF เริ่มต้นทำงานโดยที่ยังไม่ได้กำหนด ip ให้ interface เลยแม้แต่ interface เดียวก็จะเกิด error แบบนี้

R1(config)#router ospf 1
2w1d: %OSPF-4-NORTRID: OSPF process 1 cannot start.

นอกจาก router จะใช้ค่า ip จาก physical interface มาเป็น routerID แล้ว OSPF ยังมีการเลือกใช้ ip ของ loopback interface เพื่อเป็นค่าของ routerID เช่นกัน โดยที่เมืื่อไรก็ตามที่เรามีการกำหนดค่า ip ของ loopback interface OSPF จะเลือกใช้ ip ของ loopback interface มาเป็น routerID เนื่องจากว่า loopback interface มีความเสถียรมากกว่า physical interface เพราะว่า loopback จะดาวน์ก็ต่อเมื่อ router มีปัญหา ดังนั้นในกรณีนี้ OSPF จะเลือก ip ของ loopback เป็นค่าของ routerID โดยที่ไม่สนใจว่า ip ของ loopback จะมีค่าสูงกว่า ip ของ physical interface หรือไม่ แต่ถ้ามีการกำหนด loopback interface มากกว่า 1 interface OSPF ก็จะเลือก ip ของ loopback ที่มีค่ามากที่สุดมาเป็นค่า routerID

นอกจาก OSPF จะเลือกค่า routerID จาก physical interface และ loopback interface แล้ว เรายังสามารถกำหนดค่า routerID ให้กับ OSPF ตรงๆ ได้ด้วยโดยใช้คำสั่ง router-id <ip address> เมื่อใดก็ตามที่มีการใช้คำสั่ง router-id OSPF ใช้กำหนด routerID จาก router-id นี้

สรุปง่ายๆ คือ OSPF จะให้ความสำคัญของ ip ที่จะนำมาใชเป็นค่าของ routerID จากความสำคัญระดับสูงไปต่ำดังนี้

1. router-id

2. lopback interface

3. physical interface

Note : OSPF จะเลือกค่า routerID เฉพาะตอนเริ่มต้นทำงานเท่านั้น ถ้าเราต้องการเปลี่ยนค่า routerID หลังจากที่ OSPF ทำงานไปแล้วและไม่ต้องการ reload router ใหม่ สามารถใช้คำสั่ง clear ip ospf process ได้

K-value mismatch message in EIGRP

ในการกำหนดค่า K ของ EIGRP ที่อยู่ใน AS เดียวกันโดยปกติแล้วจะต้องกำหนดค่าให้เหมือนกัน แต่ถ้ามีการตั้งค่า K1 – K5 ที่ต่างกันจะทำให้เกิด error message ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ console เช่น

*Apr 26 13:48:41.811: %DUAL-5-NBRCHANGE: IP-EIGRP(0) 1: Neighbor 10.1.1.1 (Ethernet0/0) is down: K-value mismatch

ปัญหานี้สามารถแก้ได้โดยการกำหนดค่า K1 – K5 ของ router ที่อยู่ใน AS number เดียวกันให้มีค่าเหมือนกัน แต่ว่าปัญหานี้นอกจากจะเกิดขึ้นเพราะค่า K1 – K5 ที่ต่างกันแล้วยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ router แสดง error message ขึ้นมานั่นก็คือ “Graceful shutdown”

Graceful shutdown เป็นฟีเจอร์หนึ่งของ EIGRP ที่มีการเพิ่มเข้ามาใน IOS 12.3(2),12.3(3)B,12.3(2)T และ IOS เวอร์ชันที่ใหม่กว่า ฟีเจอร์นี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เวลา convergence เร็วขึ้น เช่นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่า configuration บน router R1 ที่ทำให้มีผลต่อการคำนวนเส้นทางของ EIGRP โดยปกติแล้วกว่าที่ router อื่นๆ ใน topology จะรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้จะต้องรอเป็นเวลา hold timer แต่ด้วยฟีเจอรืนี้เมื่อ router R1 รู้ตัวว่ามีการเปลี่ยน configuration ที่ส่งผลต่อการทำงานของ EIGRP ในเครือข่าย router R1 จะส่ง goodbye message ออกมาบอกเพื่อนบ้านว่าตอนนี้ topology ได้เปลี่ยนแล้วให้ router เพื่อนบ้านทำการค้นหาเส้นทางใหม่ซึ่ง message ที่ router R1 ส่งไปบอก router เพื่อนบ้านจะเป็นดังนี้

*Apr 26 13:48:42.523: %DUAL-5-NBRCHANGE: IP-EIGRP(0) 1: Neighbor 10.1.1.1 (Ethernet0/0) is down: Interface Goodbye received

แต่สำหรับ router ที่ใช้ IOS เวอร์ชันที่เก่ากว่าที่กล่าวถึงด้านบนจะขึ้น message นี้แทน

*Apr 26 13:48:41.811: %DUAL-5-NBRCHANGE: IP-EIGRP(0) 1: Neighbor 10.1.1.1 (Ethernet0/0) is down: K-value mismatch

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในการส่ง goodbye message router R1 จะประกาศพร้อมกับส่งค่า K1 – K5 เท่ากับ 255 ออกไปด้วย ดังนั้น router ที่ใช้ IOS เวอร์ชันเก่าก็สามารถคำนวนหาเส้นทางใหม่ได้เลยโดยที่ไม่ต้องรอเวลา hold timer

EIGRP note no.1

EIGRP เป็นโปรโตคอลที่พัฒนาขึ้นโดย cisco โดยนำเอาข้อดีของ like-state และ distance vector routing protocol มารวมกัน ดังนั้น EIGRP จึงจัดอยู่ในกลุ่มของ hybrid routing protocol EIGRP มีจุดเด่นที่ต่างจาก routing protocol อื่นๆ ได้แก่

  1. fast convergence EIGRP มีการเก็บทั้ง successor(เส้นทางหลัก) และ feasible successor(เส้นทางสำรอง) ไว้ในตาราง ดังนั้นเมื่อเส้นทางหลักไม่สามารถใช้งานได้ EIGRP สามารถใช้เส้นทางสำรองได้ทันที ด้วยกลไกนี้เองทำให้ช่วงระยะเวลา convergence จะสั้นมากๆ
  2. RTP เป็น protocol ที่นำมาใช้ในการรับส่งข้อมูลประเภท update, query, reply ด้วยการนำ ack มาใช้เพื่อตรวจสอบลำดับการรับส่งข้อมูลซึ่งจะมีลักษณะการทำงานคล้ายกับ tcp
  3. PDM (protocol dependent modules) ส่วนนี้จะรับผิดชอบการทำงานในชั้น network layer โมดูลนี้รองรับการใช้งานrouted protocol ได้หลากหลายมาก เช่น ip, apple talk, novel netware ซึ่งแต่ละโปรโตคอลก็จะมีโมดูลที่รับผิดชอบแยกจากกันอย่างชัดเจน เช่น ip protocol จะมี IP-EIGRP โมดูลมารับผิดชอบ ซึ่งแต่ละ routed protocol ก็จะมีตารางที่แยกออกจากกันด้วยเช่นกัน เช่น protocol ip ก็จะมี neighbor table, topology table และ routing table ของตัวเอง 1 ชุด apple talk, novel netware ก็จะมีตารางอย่างละชุดเช่นกัน

สำหรับการคำนวนหาเส้นทางของ EIGRP นั้นจะใช้ตารางเก็บข้อมูลทั้งหมด 3 ตารางด้วยกันคือ neighbor table, topology table และ routing table โดยที่ neighbor table นั้นจะเก็บข้อมูลของ router ที่อยู่ติดกัน เช่น

EIGRP cost - 01

ในตาราง neighbor ของ R2 จะประกอบด้วย

neighbor-table

เมื่อ EIGRP ได้ neighbor table มาแล้ว EIGRP จะนำข้อมูลใน neighbor table มาสร้างเป็น topology แล้วคำนวนหาเส้นทางโดยใช้ DUAL algorithm ในการคำนวนหาค่า cost EIGRP จะใช้ค่า delay และ bandwidth เพื่อหาค่า cost ในแต่ละเส้นทาง ค่าที่ได้จากการคำนวนจะมี 2 ค่าด้วยกันซึ่งเราจะเรียกว่า FD(feasible distance) และ AD (advertise distance) โดยที่ค่าทะเง 2 นี้จะถูกเก็บไว้ใน topology table

ค่า FD จะหมายถึงค่า cost จากตัว router ที่คำนวนหาเส้นทางไปจนถึงปลายทาง

ค่า AD จะเป้นค่า cost ที่คำนวนจาก next hop neighbor ไปจนถึงปลายทาง

ในการค้นหาเส้นทางไปยังปลายทางหนึ่งๆ สามารถมีเส้นทางที่มากกว่า 1 เส้นทางโดยมีเงื่อนไขคือ ค่า AD ของเส้นทางนั้นจะต้องมีค่าน้อยกว่าค่า FD ของเส้นทางหลักเพื่อป้องกันการติดลูป

เมื่อ EIGRP สร้างตาราง topology table ที่สมบูรณ์แล้ว EIGRP จะเลือกเส้นทางหลักไปเก็บไว้ใน routing table โดยใช้ค่า FD เป็นตัวแทนค่า cost ไปยังปลายทางนั้นๆ

ในส่วนของการคำนวนหาค่า cost ของ  EIGRP จะใช้ค่า delay, bandwidth, reliability, loading และ mtu แต่โดยดีฟอลต์แล้ว EIGRP จะใช้ค่า delay และ bandwidth เพื่อคำนวนหาค่า cost โดยมีสูตรดังนี้

cost = [(K1 * bandwidth ) + [(K2 * bandwidth) / (256 – load)] + (K3 * delay)]* [K5 / (reliability + K4)]

ค่าดีฟอลต์ของ K จะเป็น  K1 =1, K3 = 1, K2 = 0, K4 = 0, K5 = 0 ดังนั้นเมื่อแทนค่า K ในสูตรจะได้

cost = bandwidth + delay

วิธีการคำนวนหาค่า cost EIGRP จะเลือกค่า bandwidth ที่ตำ่ที่สุดในเส้นทางและใช้ค่า delay รวมในเส้นทางเพื่อคำนวนค่า cost ซึ่งคำนวนได้ดังนี้

Eigrp cost - 02

คำนวนหาค่า cost จาก R1 ไปยัง R3

bandwidth = (10,000,000 / 64)*256 = 40,000,000

delay = (2,000 + 2,000)*256 = 1,024,000

cost = bandwidth + delay = 41,024,000